ม่าม่า

มาม่า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Ambox style.png
บทความนี้หรือส่วนนี้ของบทความต้องการปรับรูปแบบ ซึ่งอาจหมายถึง ต้องการจัดรูปแบบข้อความ จัดหน้า แบ่งหัวข้อ จัดลิงก์ภายใน และ/หรือการจัดระเบียบอื่น ๆ คุณสามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้โดยการกดที่ปุ่ม แก้ไข ด้านบน จากนั้นปรับปรุงหรือจัดรูปแบบอื่น ๆ ในบทความให้เหมาะสม

มาม่า

มาม่า เป็นเครื่องหมายการค้า ของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผลิตโดย บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) และจัดจำหน่ายโดย บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด

เนื้อหา

[ซ่อน]

[แก้]ประวัติ

บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด ก่อตั้งเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 โดยการร่วมทุนกันระหว่าง บริษัท เพรซิเดนท์ เอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด ผู้ชำนาญทางเทคโนโลยีการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) กับบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด ผู้รับผิดชอบการตลาดและจำหน่ายสินค้าในประเทศไทย ซึ่งมีทุนจดทะเบียนเบื้องต้น มูลค่า 6 ล้านบาท เพื่อผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ในเครื่องหมายการค้า มาม่า มีสำนักงานใหญ่แห่งแรก ตั้งอยู่ริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ และโรงงานแห่งแรก ตั้งอยู่ที่เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร[1]

  • พ.ศ. 2516 - ผู้ถือหุ้นชาวไต้หวัน โอนหุ้นของบริษัทฯ ให้กับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ชาวไทย เป็นผู้บริหารต่อมาจนถึงปัจจุบัน และเริ่มออกผลิตภัณฑ์แรกคือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รสซุปไก่
  • พ.ศ. 2518 - บริษัทฯ เพิ่มเครื่องจักรเป็น 3 ตัว และก่อตั้ง บริษัท เพรซิเดนท์ คอมเมอร์เชียล จำกัด เพื่อเป็นผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์
  • พ.ศ. 2519 - เปิดโรงงานแห่งที่สอง ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี, เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 10 ล้านบาท และเตรียมการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสชาติใหม่เพิ่มเติม
  • พ.ศ. 2521 - บริษัท นิสชิน คอนเฟกชันเนอรี จำกัด ถ่ายทอดกรรมวิธีการผลิตขนมปังกรอบ (บิสกิต) ให้แก่บริษัทฯ, สร้างโรงงานผลิตขนมปังกรอบ ภายในบริเวณโรงงานศรีราชา, เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 20 ล้านบาท และเข้าเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่แรกเปิดทำการตลาดหุ้นในไทย
  • พ.ศ. 2522 - ปรับปรุงเครื่องจักร ขยายกำลังการผลิต และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 32.5 ล้านบาท
  • พ.ศ. 2523 - เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 37.5 ล้านบาท
  • พ.ศ. 2524 - เพิ่มเครื่องจักรและอุปกรณ์ผลิตขนมปังกรอบ และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 40 ล้านบาท
  • พ.ศ. 2525 - บริษัทฯ ได้รับรางวัล ผู้ผลิตอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (อินเตอร์แนชชันนัล เอเชีย อวอร์ด) สามปีซ้อน (2525-2527)
  • พ.ศ. 2527 - ร่วมลงทุนกับ บจก.เมียวโจ้ฟูดส์ เพื่อผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปคุณภาพสูง (พรีเมียม) ในเครื่องหมายการค้า เมียวโจ้
  • พ.ศ. 2528 - ร่วมลงทุนกับ บจก.เพรซิเดนท์เบเกอรี เพื่อผลิตขนมปังสด ในเครื่องหมายการค้า ฟาร์มเฮ้าส์
  • พ.ศ. 2529 - โรงงานศรีราชาสามารถผลิตได้อย่างเต็มกำลังแล้ว บริษัทฯ จึงปิดโรงงานที่หนองแขม
  • พ.ศ. 2530 - บริษัทฯ ได้รับรางวัลประหยัดพลังงาน จากกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการพลังงาน เนื่องจากสามารถปรับปรุงการผลิต จากระบบให้ความร้อนโดยตรง (ไดเรกต์ ฮีต) เป็นการให้ความร้อนโดยอ้อม (Indirect Heat) ซึ่งส่งผลให้ประหยัดพลังงานได้ถึงร้อยละ 75 และยังทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสม่ำเสมอยิ่งขึ้นด้วย
  • พ.ศ. 2531 - ร่วมลงทุนกับบริษัทสองแห่งคือ บจก.ไทยมี เพื่อผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสำหรับส่งออกต่างประเทศ และ บจก.ซันโก แมชีเนอรี (ประเทศไทย) เพื่อประกอบเครื่องจักรสำหรับบรรจุภัณฑ์
  • พ.ศ. 2532 - ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต, ก่อสร้างโรงงานที่ผลิตเพื่อการส่งออก โดยมีคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มอบสิทธิประโยชน์ให้ และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 60 ล้านบาท
  • พ.ศ. 2533 - ก่อตั้ง บริษัท เพรซิเดนท์เดนิชฟูดส์ จำกัด โดยร่วมทุนกับ บจก.เดนิชแฟนซีฟูดส์กรุ๊ป แห่งประเทศเดนมาร์ก เพื่อผลิตขนมคุกกี ในเครื่องหมายการค้า เคลด์เซน
  • พ.ศ. 2534 - จัดตั้ง บริษัท ทีเอฟ อินเตอร์ฟูดส์ (ยูเอสเอ) อินค์. (T.F. Interfoods (USA) Inc.) เพื่อบริหารธุรกิจต่างๆ รวมทั้งเป็นผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 120 ล้านบาท
  • พ.ศ. 2535 - ย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังถนนศรีนครินทร์ ในเดือนมิถุนายน, ร่วมทุนจัดตั้ง บจก.คุนหมิงไทตงยีฟูดส์ เพื่อผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สำหรับจำหน่ายในสาธารณรัฐประชาชนจีน, ร่วมลงทุนกับ บจก.ไทซันฟูดส์ เพื่อผลิตน้ำผลไม้ และร่วมทุนจัดตั้ง บจก.ไดอิชิแพกเกจจิง เพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับบริษัทในกลุ่ม
  • พ.ศ. 2536 - โรงงานศรีราชาได้รับการส่งเสริมการลงทุน ในเดือนมีนาคม
  • พ.ศ. 2537 - แปรรูปเป็นบริษัทมหาชน ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม และร่วมลงทุนกับบริษัทสองแห่งคือ บริษัท นิสชินฟูดส์ (ไทยแลนด์) จำกัด และ บริษัท ซีพีเอ็นเทอร์ไพรส์ฟูดส์ จำกัด เขตปกครองพิเศษฮ่องกง
  • พ.ศ. 2538 - ก่อสร้างโรงงานผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปใหม่ บนเนื้อที่ 37 ไร่ ที่จังหวัดลำพูน โดยได้รับสิทธิประโยชน์การส่งเสริมการลงทุน โรงงานแห่งนี้สามารถผลิตบะหมี่แบบซองได้จำนวน 14,256 ตันต่อปี และบะหมี่แบบถ้วยได้จำนวน 260 ตันต่อปี
  • พ.ศ. 2540 - บริษัทฯ เป็นรายแรกของประเทศไทย ที่ได้รับประกาศนียบัตร ระบบไอเอสโอ 9002 จากอาร์ดับเบิลยูทียูวี
  • พ.ศ. 2541 - พัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ โดยเสริมวิตามินเอ ธาตุเหล็ก และไอโอดีน ในผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มาม่า มาจนถึงปัจจุบัน และได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทการบริหารงานคุณภาพ จากกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม
  • พ.ศ. 2542 - พัฒนาระบบการผลิตซองเครื่องปรุง จากแบบแยกเป็นแบบติดกัน, เปลี่ยนไปใช้เครื่องป้อนอัตโนมัติ เพื่อจัดชุดก้อนบะหมี่กับซองเครื่องปรุง แทนการใช้แรงงานมนุษย์, สำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ และโรงงานศรีราชา ได้รับประกาศนียบัตร ระบบ ไอเอสโอ 14001 จาก เอสจีเอส ยาร์สลีย์ และเปลี่ยนชื่อการค้า สำหรับผลิตภัณฑ์ขนมปังกรอบ จาก “นิสชิน” เป็น “บิสชิน” ในเดือนสิงหาคม
  • พ.ศ. 2543 - ออกผลิตภัณฑ์ใหม่คือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รสหมูน้ำตก, เพิ่มการลงทุนใน บจก.เพรซิเดนท์เดนิชฟูดส์ เป็นร้อยละ 99.99 จากเดิมร้อยละ 74 และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 180 ล้านบาท
  • พ.ศ. 2544 - ออกผลิตภัณฑ์ใหม่คือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รสหมูต้มยำ และโป๊ะแตก, โรงงานลำพูน ขยายกำลังการผลิต จากวันละ 40 ตัน เป็น 80 ตัน โดยได้รับสิทธิประโยชน์การส่งเสริมการลงทุน เมื่อเดือนกรกฎาคม, ร่วมลงทุนใน บจก.เพรซิเดนท์ฟูดส์ (กัมพูชา) ในสัดส่วนร้อยละ 30 เพื่อผลิตและจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในราชอาณาจักรกัมพูชา, ได้การรับรองมาตรฐาน เอชเอซีซีพี จากเอสจีเอส ไทยแลนด์ เมื่อวันที่ 2 เมษายน และมาตรฐาน อีเอฟเอสไอเอส สแตนดาร์ด สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม
  • พ.ศ. 2545 - ออกผลิตภัณฑ์ใหม่คือ บะหมี่หยกกึ่งสำเร็จรูป รสเป็ดย่างชนิดแห้ง และ บะหมี่กี่งสำเร็จรูป รสต้มยำกุ้งน้ำข้น, ร่วมลงทุนใน บริษัท ฟอร์พีเพิลฟูดส์ จำกัด (ผู้ผลิตและจำหน่าย ผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องหมายการค้า 4-Me ของนายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครือจีเอ็มเอ็มแกรมมี่) ในสัดส่วนร้อยละ 13 และเพิ่มการลงทุนใน บจก.ลี่ฟุ (ชิงเต่า) ฟูดส์ จากเดิมร้อยละ 19 เป็นร้อยละ 49 เป็นจำนวนเงิน 26.22 ล้านบาท
  • พ.ศ. 2546 - พัฒนาเว็บไซต์ให้ทันสมัยและชวนให้ติดตาม เพื่อประโยชน์ของการเผยแพร่ข่าวสารของบริษัทฯ และผลิตภัณฑ์ต่างๆ สู่บุคคลทั่วไป และเริ่มนำระบบการจัดการสำเร็จรูป (SAP) มาใช้แทนระบบเดิม
  • พ.ศ. 2547 - ร่วมลงทุนใน บจก.ไทยอันเป่า ผลิตภัณฑ์กระดาษ
  • พ.ศ. 2549 - ออกผลิตภัณฑ์ใหม่คือ บะหมี่โฮลวีตกึ่งสำเร็จรูป รสหมูพริกไทยดำ, เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน บจก.ไทซันฟูดส์ และ บจก.ไดอิชิแพกเกจจิง ขึ้นไปสูงกว่าร้อยละ 50
  • พ.ศ. 2550 - ออกผลิตภัณฑ์ใหม่คือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รสต้มแซบ, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปคุณภาพสูง (พรีเมียม) รูปแบบเกาหลี ในชื่อสินค้า “มาม่า โอเรียนทัล คิตเชน”, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสำหรับเด็ก สูตรไม่มีผงชูรส ในชื่อสินค้า “มาม่า ก้านกล้วย” และ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสำหรับชาวมุสลิม ในชื่อสินค้า “รุสกี”, จากการสำรวจสุดยอดแบรนด์แห่งเอเชีย “มาม่า” เป็นผลิตภัณฑ์อาหาร ที่ผู้บริโภคชาวเอเชียใน 9 ประเทศ นึกถึงเป็นอันดับที่ 115 และเป็นตราสินค้าที่คนไทยนึกถึง มากเป็นอันดับที่สอง
  • พ.ศ. 2551 - ออกผลิตภัณฑ์ใหม่คือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปคุณภาพสูง “มาม่า ซูเปอร์โบวล์” รสต้มยำขาหมู และ รสแกงกะหรี่หมู โดยบรรจุเนื้อหมูจริง ภายในซองรีถอร์ตอันทันสมัย, ย้ายฐานการผลิตในกลุ่มผลิตภัณฑ์ขนมปังทั้งหมด (บิสกิต เวเฟอร์ และ คุกกี) จากโรงงานที่ศรีราชา ไปยังโรงงานที่ระยอง ส่วนพื้นที่เดิมในโรงงานศรีราชา นำมาใช้เพิ่มกำลังการผลิตบะหมี่ถ้วย โดยใช้เครื่องจักรกำลังผลิตสูง
  • พ.ศ. 2552 - นำผลิตภัณฑ์ที่เคยผลิตในอดีต กลับมาออกใหม่คือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รสซุปไก่ และ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โปรตีนไข่
  • ปัจจุบัน - ทุนจดทะเบียน 240 ล้านบาท ประกอบด้วย หุ้นสามัญ 24 ล้านหุ้น ราคาพาร์ 10 บาทต่อหุ้น เรียกชำระ 180 ล้านบาท

มาดากัสกา

หนังมาใหม่มาดากัสการ์ 3 ข้ามป่าไปซ่ายุโรป

Written by  | 03/06/2012 | 0


วันที่เข้าฉาย

07/06/2012

เรื่องย่อ

สวัสดีค่ะวันนี้พาทุกท่านมาตลุยกับพวกพ้องเจ้าสิงโต อเล็กซ์ และเพื่อนๆที่จะทำให้ทุกท่านฮากันท้องแข็งกับความทะเล้นของเพื่อนในมาดากัสการ์ 3 ข้ามป่าไปซ่ายุโรปการผจญภัย ครั้งใหม่ของผองเพื่อน เจ้าสิงโต อเล็กซ์ (เบ็น สติลเลอร์), ม้าลายมาร์ตี้ (คริส ร็อค), ยีราฟ เมลแมน (เดวิด ชวิมเมอร์) และฮิปโปกลอเรีย (เจด้า พิงค์เกท สมิธ) ที่คราวนี้ไปหลงทางอยู่ในยุโรปและกลายเป็นอาชญากรที่ถูกหมายหัว จึงแฝงกายอยู่ในคณะละครสัตว์เพื่อหาทางกลับสู่สวนสัตว์เซ็นทรัลปาร์กใน นิวยอร์ก โดยมี แก๊งเพนกวิน, มัวรีซ และกษัตริย์จูเลียนติดสอยห้อยตามมาร่วมผจญภัยด้วยการกลับมาอีกครั้ง และอีกครั้งของแก็งค์สุดป่วน มาดากัสการ์ 3 (Madagascar 3: Europe’s Most Wanted)สุดยอดแอนิเมชั่นที่แฟนๆรอคอย สนุกซ่าฮาป่วนยกกำลัง

วันลอยกระทง

ประวัติความเป็นมาประเพณีลอยกระทง
 ลอยกระทง (Loi Krathong Day) เป็นประเพณีของไทยที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาแต่โบราณ งานลอยกระทงเริ่มทำตั้งแต่ กลางเดือน 11 ถึงกลางเดือน 12 ซึ่งเป็นฤดูน้ำหลาก น้ำจะเต็มสองฝั่งแม่น้ำ ที่นิยมมากคือ ช่วงวันเพ็ญเดือน 12 เพราะพระจันทร์เต็มดวง ทำให้แม่น้ำใสสะอาด แสงจันทร์ส่องเวลากลางคืน เป็นบรรยากาศที่สวยงาม เหมาะแก่การลอยกระทง

  เดิมพิธีลอยกระทงเรียกว่า พระราชพิธีจองเปรียงชักโคม
ลอยโคม ซึ่งเป็นพิธีของพราหมณ์ เพื่อบูชาพระเป็นเจ้าทั้งสาม คือ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม ครั้นคนไทยรับนับถือพระพุทธศาสนา ก็ทำพิธียกโคมเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ พระจุฬามณี ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ลอยโคมบูชาพระพุทธบาท ณ หาดทรายแม่น้ำนัมมทานที ประเทศอินเดีย

การลอยกระทง ตามสายน้ำนี้ นางนพมาศ สนมเอกของพระร่วงเจ้ากรุงสุโขทัย คิดทำกระทงรูปดอกบัว และรูปต่างๆถวาย พระร่วงทรงให้ลอยกระทงตามสายน้ำไหล ในหนังสือ ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พระร่วงตรัสว่า “แต่นี่สืบไปเบื้องหน้า โดยลำดับกษัตริย์ในสยามประเทศ ถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน 12 ให้ทำโคมลอย เป็นรูปดอกบัวอุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมฆทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน”

ครั้นถึงสมัยรัตนโกสินทร์ มีการทำกระทงขนาดใหญ่และสวยงาม ดังพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ ของเจ้าพระยาทิพาราชวงศ์ กล่าวไว้ว่า

“ครั้นมาถึงเดือน 12 ขึ้น 14 ค่ำ 15 ค่ำ แรมค่ำหนึ่งพิธีจองเปรียงนั้น เดิมได้โปรดให้ขอแรง พระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้า ฝ่ายใน และข้าราชการที่มีกำลังพาหนะมาทำกระทงใหญ่ ผู้ถูกเกณฑ์ต่อเป็นถังบ้าง ทำเป็นแพหยวกบ้าง กว้าง 8 ศอกบ้าง 9 ศอกบ้าง กระทงสูงตลอดยอด 10 ศอก 11 ศอก ทำประกวดประขันกันต่างๆ ทำอย่างเขาพระสุเมรุทวีปทั้ง 4 บ้าง และทำเป็นกระจาดชั้นๆบ้าง วิจิตรไปด้วยเครื่องสด คนทำก็นับร้อย คิดในการลงทุนทำกระทงทั้งค่าเลี้ยงคนและพระช่าง เบ็ดเสร็จก็ถึง 20 ชั่งบ้าง ย่อมกว่า 20 ชั่งบ้าง”

ปัจจุบันประเพณีลอยกระทง มีการจัดงานกันแทบทุกจังหวัด ถือเป็นงานประจำปีที่สำคัญ โดยเฉพาะ ที่จังหวัดเชียงใหม่ มีการจัดขบวนแห่กระทงใหญ่ กระทงเล็ก มีการประกวดกระทง และประกวดธิดางามประจำกระทงด้วย

ส่วนการลอยโคม ชาวบ้านทางภาคเหนือและภาคอีสานยังนิยมทำกัน ชาวบ้านจะนำกระดาษ มาทำเป็นโคมขนาดใหญ่สีต่างๆ ถ้าลอยตอนกลางวัน จะทำให้โคมลอยโดยใช้ควันไฟ ถ้าเป็นเวลากลางคืน ก็จะใช้คบจุด ที่ปากโคม ให้ควันพุ่งเข้าในโคม ทำให้ลอยไปตามกระแสลมหนาว เวลากลางคืนแลเห็นแสงไฟโคม บนท้องฟ้า พร้อมกับแสงจันทร์และดวงดาวสวยงามมากทีเดียว

ประวัติงานลอยกระทง       ประวัติงานลอยกระทง

เรื่องน่ารู้ใน วันลอยกระทง
คติที่มาเกี่ยวกับวันลอยกระทง
คติที่มาเกี่ยวกับวันลอยกระทงมีอยู่หลายตำนาน ดังนี้
1. การลอยกระทง เพื่อขอขมาแก่พระแม่คงคา
2. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้าตามคติพราหมณ์ คือบูชาพระนารายณ์ซึ่งบรรทมสินธุ์อยู่ในมหาสมุทร
3. การลอยกระทง เพื่อต้อนรับพระพุทธเจ้า ในวันเสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนาอภิธรรมโปรดพระพุทธมารดา
4. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระพุทธบาท ของพระพุทธเจ้า ที่หาดทรายริมแม่น้ำนัมมทานที เมื่อคราวเสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ
5. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระจุฬามณีบนสวรรค์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้า
6. การลอยกระทง เพื่อบูชาท้าวพกาพรหม บนสวรรค์ชั้นพรหมโลก
7. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระอุปคุตตะเถระ ซึ่งบำเพ็ญเพียรบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึกหรือสะดือทะเล ประวัติการลอยกระทงในเมืองไทย
การลอยกระทงในเมืองไทย มีมาตั้งแต่ครั้งสุโขทัย เรียกว่า การลอยพระประทีปหรือลอยโคม เป็นงานนักขัตฤกษ์รื่นเริงของประชาชนทั่วไป ต่อมานางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์สนมเอกของพระร่วง ได้คิดประดิษฐ์ดัดแปลงเป็นรูปกระทงดอกบัวแทนการลอยโคม การลอยกระทงหรือลอยโคมในสมัยนางนพมาศ กระทำเพื่อเป็นการสักการะรอยพระพุทธบาทที่แม่น้ำนัมมทานที ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหนึ่งอยู่ในแคว้นทักขิณาบถของประเทศอินเดีย ปัจจุบันเรียกว่า แม่น้ำเนรพุททา

การลอยกระทงในปัจจุบัน
การลอยกระทงในปัจจุบัน ยังคงรักษารูปแบบเดิมเอาไว้ได้ตามสมควร เมื่อถึงวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวงในเดือน 12 ชาวบ้านจะจัดเตรียมทำกระทงจากวัสดุที่หาง่ายตามธรรมชาติ เช่น หยวกกล้วยและดอกบัว นำมาประดิษฐ์เป็นกระทงสวยงาม ปักธูปเทียนและดอกไม้เครื่องสักการบูชา ก่อนทำการลอยในแม่น้ำก็จะอธิษฐานในสิ่งที่มุ่งหวัง พร้อมขอขมาต่อพระแม่คงคา
ตามคุ้มวัดหรือสถานที่จัดงานหลายแห่ง มีการประกวดกระทง ประกวดนางนพมาศ และมีมหรสพสมโภชในตอนกลางคืน นอกจากนั้นยังมีการจุดดอกไม้ไฟ พลุ ตะไล ซึ่งในการเล่นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ วัสดุที่นำมาใช้กระทง ควรเป็นของที่สามารถย่อยสลายได้ง่ายตามธรรมชาติ 

เหตุผลของการลอยกระทง
สรุปเหตุผลของการลอยกระทงในประเทศไทยดังนี้
1. เพื่อขอขมาแม่คงคา เพราะได้อาศัยนำท่านกินและใช้ และอีกประการหนึ่งมนุษย์มักจะทิ้งและถ่ายสิ่งปฏิกูลลงไปในนำด้วย
2. เพื่อสักการะรอยพระพุทธบาทนัมมทานที ซึ่งประพุทธเจ้าทรงประทับรอยพระบาทประดิาฐานไว้บนหาดทรายที่แม่น้ำนัมมทานที ในประเทศอินเดีย
3. เพื่อลอยทุกข์โศกโรคภัย และสิ่งไม่ดี คล้ายกับพิธีลอยบาปของพราหมณ์
4. เพื่อบูชาพระอุปคุต ชาวไทยภาคเหนือให้ความเคารพแกพระอุปคุตอย่างสูง ซึ่งตามตำนานเล่าว่าเป็นพระมหาเถระรูปหนึ่งที่มีอิทธิฤทธิ์มากสามารถปราบพญามารได้ การลอยกระทงไม่มีพิธีรีตอง เพียงแต่ขอให้มีกระทงจะทำด้วยอะไรก็ได้ เช่น ใบตอง การกล้วย กาบพลับพลึง เปลือกมะพร้าว กระดาษ จุดธูปเทียนปักที่กระทงแล้วอธิษฐานตามที่ตนปรารถนา เสร็จแล้วจึงลอยไปที่แม่นำลำคลอง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดเทศกาล ”สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายน นอกจากจะมีกิจกรรมเด่น ในหลายพื้นที่ เช่น งานลอยกระทงกรุงเทพมหานคร, ประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย, ประเพณียี่เป็ง จังหวัดเชียงใหม่, ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีปพันดวงฯ จังหวัดตาก และประเพณี ลอยกระทงตามประทีป จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้แล้วยังเป็นการส่งเสริมประชาสัมพันธ์งานประเพณีลอยกระทงให้เป็นสินค้าทางการท่องเที่ยวในระดับนานาชาติ (World Events) เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเดินทางของนักท่องเที่ยวตลอดเดือนต่อไป

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟู ประเพณี อันดีงามของไทย(โดยเฉพาะประเพณีลอยกระทงของแต่ละท้องถิ่น) ไว้สืบทอดต่อไป
๒. เพื่อส่งเสริมให้งานประเพณีลอยกระทง เป็นสินค้าทางการท่องเที่ยว โดยสามารถนำเสนอในรายการนำเที่ยวเป็นประจำทุกปี ในอนาคตอย่างยั่งยืน
๓. เพื่อเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวและรายได้ พร้อมทั้งขยายวันพักของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ
๔. เพื่อกระตุ้นให้เกิดกระแสการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างประเทศในช่วงเทศกาลประเพณีลอยกระทง และการท่องเที่ยวทางน้ำตลอดเดือนพฤศจิกายน

วันลอยกระทง

ประวัติความเป็นมาประเพณีลอยกระทง
 ลอยกระทง (Loi Krathong Day) เป็นประเพณีของไทยที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาแต่โบราณ งานลอยกระทงเริ่มทำตั้งแต่ กลางเดือน 11 ถึงกลางเดือน 12 ซึ่งเป็นฤดูน้ำหลาก น้ำจะเต็มสองฝั่งแม่น้ำ ที่นิยมมากคือ ช่วงวันเพ็ญเดือน 12 เพราะพระจันทร์เต็มดวง ทำให้แม่น้ำใสสะอาด แสงจันทร์ส่องเวลากลางคืน เป็นบรรยากาศที่สวยงาม เหมาะแก่การลอยกระทง

  เดิมพิธีลอยกระทงเรียกว่า พระราชพิธีจองเปรียงชักโคม
ลอยโคม ซึ่งเป็นพิธีของพราหมณ์ เพื่อบูชาพระเป็นเจ้าทั้งสาม คือ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม ครั้นคนไทยรับนับถือพระพุทธศาสนา ก็ทำพิธียกโคมเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ พระจุฬามณี ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ลอยโคมบูชาพระพุทธบาท ณ หาดทรายแม่น้ำนัมมทานที ประเทศอินเดียการลอยกระทง ตามสายน้ำนี้ นางนพมาศ สนมเอกของพระร่วงเจ้ากรุงสุโขทัย คิดทำกระทงรูปดอกบัว และรูปต่างๆถวาย พระร่วงทรงให้ลอยกระทงตามสายน้ำไหล ในหนังสือ ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พระร่วงตรัสว่า “แต่นี่สืบไปเบื้องหน้า โดยลำดับกษัตริย์ในสยามประเทศ ถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน 12 ให้ทำโคมลอย เป็นรูปดอกบัวอุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมฆทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน”

ครั้นถึงสมัยรัตนโกสินทร์ มีการทำกระทงขนาดใหญ่และสวยงาม ดังพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ ของเจ้าพระยาทิพาราชวงศ์ กล่าวไว้ว่า

“ครั้นมาถึงเดือน 12 ขึ้น 14 ค่ำ 15 ค่ำ แรมค่ำหนึ่งพิธีจองเปรียงนั้น เดิมได้โปรดให้ขอแรง พระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้า ฝ่ายใน และข้าราชการที่มีกำลังพาหนะมาทำกระทงใหญ่ ผู้ถูกเกณฑ์ต่อเป็นถังบ้าง ทำเป็นแพหยวกบ้าง กว้าง 8 ศอกบ้าง 9 ศอกบ้าง กระทงสูงตลอดยอด 10 ศอก 11 ศอก ทำประกวดประขันกันต่างๆ ทำอย่างเขาพระสุเมรุทวีปทั้ง 4 บ้าง และทำเป็นกระจาดชั้นๆบ้าง วิจิตรไปด้วยเครื่องสด คนทำก็นับร้อย คิดในการลงทุนทำกระทงทั้งค่าเลี้ยงคนและพระช่าง เบ็ดเสร็จก็ถึง 20 ชั่งบ้าง ย่อมกว่า 20 ชั่งบ้าง”

ปัจจุบันประเพณีลอยกระทง มีการจัดงานกันแทบทุกจังหวัด ถือเป็นงานประจำปีที่สำคัญ โดยเฉพาะ ที่จังหวัดเชียงใหม่ มีการจัดขบวนแห่กระทงใหญ่ กระทงเล็ก มีการประกวดกระทง และประกวดธิดางามประจำกระทงด้วย

ส่วนการลอยโคม ชาวบ้านทางภาคเหนือและภาคอีสานยังนิยมทำกัน ชาวบ้านจะนำกระดาษ มาทำเป็นโคมขนาดใหญ่สีต่างๆ ถ้าลอยตอนกลางวัน จะทำให้โคมลอยโดยใช้ควันไฟ ถ้าเป็นเวลากลางคืน ก็จะใช้คบจุด ที่ปากโคม ให้ควันพุ่งเข้าในโคม ทำให้ลอยไปตามกระแสลมหนาว เวลากลางคืนแลเห็นแสงไฟโคม บนท้องฟ้า พร้อมกับแสงจันทร์และดวงดาวสวยงามมากทีเดียว

ประวัติงานลอยกระทง       ประวัติงานลอยกระทง

เรื่องน่ารู้ใน วันลอยกระทง
คติที่มาเกี่ยวกับวันลอยกระทง
คติที่มาเกี่ยวกับวันลอยกระทงมีอยู่หลายตำนาน ดังนี้
1. การลอยกระทง เพื่อขอขมาแก่พระแม่คงคา
2. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้าตามคติพราหมณ์ คือบูชาพระนารายณ์ซึ่งบรรทมสินธุ์อยู่ในมหาสมุทร
3. การลอยกระทง เพื่อต้อนรับพระพุทธเจ้า ในวันเสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนาอภิธรรมโปรดพระพุทธมารดา
4. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระพุทธบาท ของพระพุทธเจ้า ที่หาดทรายริมแม่น้ำนัมมทานที เมื่อคราวเสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ
5. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระจุฬามณีบนสวรรค์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้า
6. การลอยกระทง เพื่อบูชาท้าวพกาพรหม บนสวรรค์ชั้นพรหมโลก
7. การลอยกระทง เพื่อบูชาพระอุปคุตตะเถระ ซึ่งบำเพ็ญเพียรบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึกหรือสะดือทะเล ประวัติการลอยกระทงในเมืองไทย
การลอยกระทงในเมืองไทย มีมาตั้งแต่ครั้งสุโขทัย เรียกว่า การลอยพระประทีปหรือลอยโคม เป็นงานนักขัตฤกษ์รื่นเริงของประชาชนทั่วไป ต่อมานางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์สนมเอกของพระร่วง ได้คิดประดิษฐ์ดัดแปลงเป็นรูปกระทงดอกบัวแทนการลอยโคม การลอยกระทงหรือลอยโคมในสมัยนางนพมาศ กระทำเพื่อเป็นการสักการะรอยพระพุทธบาทที่แม่น้ำนัมมทานที ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหนึ่งอยู่ในแคว้นทักขิณาบถของประเทศอินเดีย ปัจจุบันเรียกว่า แม่น้ำเนรพุททา

การลอยกระทงในปัจจุบัน
การลอยกระทงในปัจจุบัน ยังคงรักษารูปแบบเดิมเอาไว้ได้ตามสมควร เมื่อถึงวันเพ็ญพระจันทร์เต็มดวงในเดือน 12 ชาวบ้านจะจัดเตรียมทำกระทงจากวัสดุที่หาง่ายตามธรรมชาติ เช่น หยวกกล้วยและดอกบัว นำมาประดิษฐ์เป็นกระทงสวยงาม ปักธูปเทียนและดอกไม้เครื่องสักการบูชา ก่อนทำการลอยในแม่น้ำก็จะอธิษฐานในสิ่งที่มุ่งหวัง พร้อมขอขมาต่อพระแม่คงคา
ตามคุ้มวัดหรือสถานที่จัดงานหลายแห่ง มีการประกวดกระทง ประกวดนางนพมาศ และมีมหรสพสมโภชในตอนกลางคืน นอกจากนั้นยังมีการจุดดอกไม้ไฟ พลุ ตะไล ซึ่งในการเล่นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ วัสดุที่นำมาใช้กระทง ควรเป็นของที่สามารถย่อยสลายได้ง่ายตามธรรมชาติ 

เหตุผลของการลอยกระทง
สรุปเหตุผลของการลอยกระทงในประเทศไทยดังนี้
1. เพื่อขอขมาแม่คงคา เพราะได้อาศัยนำท่านกินและใช้ และอีกประการหนึ่งมนุษย์มักจะทิ้งและถ่ายสิ่งปฏิกูลลงไปในนำด้วย
2. เพื่อสักการะรอยพระพุทธบาทนัมมทานที ซึ่งประพุทธเจ้าทรงประทับรอยพระบาทประดิาฐานไว้บนหาดทรายที่แม่น้ำนัมมทานที ในประเทศอินเดีย
3. เพื่อลอยทุกข์โศกโรคภัย และสิ่งไม่ดี คล้ายกับพิธีลอยบาปของพราหมณ์
4. เพื่อบูชาพระอุปคุต ชาวไทยภาคเหนือให้ความเคารพแกพระอุปคุตอย่างสูง ซึ่งตามตำนานเล่าว่าเป็นพระมหาเถระรูปหนึ่งที่มีอิทธิฤทธิ์มากสามารถปราบพญามารได้ การลอยกระทงไม่มีพิธีรีตอง เพียงแต่ขอให้มีกระทงจะทำด้วยอะไรก็ได้ เช่น ใบตอง การกล้วย กาบพลับพลึง เปลือกมะพร้าว กระดาษ จุดธูปเทียนปักที่กระทงแล้วอธิษฐานตามที่ตนปรารถนา เสร็จแล้วจึงลอยไปที่แม่นำลำคลอง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดเทศกาล ”สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายน นอกจากจะมีกิจกรรมเด่น ในหลายพื้นที่ เช่น งานลอยกระทงกรุงเทพมหานคร, ประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย, ประเพณียี่เป็ง จังหวัดเชียงใหม่, ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีปพันดวงฯ จังหวัดตาก และประเพณี ลอยกระทงตามประทีป จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้แล้วยังเป็นการส่งเสริมประชาสัมพันธ์งานประเพณีลอยกระทงให้เป็นสินค้าทางการท่องเที่ยวในระดับนานาชาติ (World Events) เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเดินทางของนักท่องเที่ยวตลอดเดือนต่อไป

วัตถุประสงค์๑. เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟู ประเพณี อันดีงามของไทย(โดยเฉพาะประเพณีลอยกระทงของแต่ละท้องถิ่น) ไว้สืบทอดต่อไป
๒. เพื่อส่งเสริมให้งานประเพณีลอยกระทง เป็นสินค้าทางการท่องเที่ยว โดยสามารถนำเสนอในรายการนำเที่ยวเป็นประจำทุกปี ในอนาคตอย่างยั่งยืน
๓. เพื่อเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวและรายได้ พร้อมทั้งขยายวันพักของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ
๔. เพื่อกระตุ้นให้เกิดกระแสการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างประเทศในช่วงเทศกาลประเพณีลอยกระทง และการท่องเที่ยวทางน้ำตลอดเดือนพฤศจิกายน

นกเเก้ว

sarapeebirds:
ชื่อสามัญ Macaws
จัดอยู่ในวงศ์ Psittacidae
ถิ่นกำเนิด อยู่ในทวีปอัฟริกา
นกมาคอร์ หรือที่นิยมเรียกกันว่า นกแก้วมาคอร์ จัดเป็นนกในตระกูลปากขอที่มีขนาดใหญ่นิยมเลี้ยงกันมากหรือจะมากที่สุดก็ว่าได้ โดยเฉพาะมีสีสันที่สวยงาม สด ฉูดฉาด ใครพบเห็นจะหลงเสน่ห์แทบทั้งสิ้นในท่าทางที่สุดเชื่องและการพูดจาเลียนเสียงคนนั่นเอง

นกแก้วมาคอว์ถือเป็นนกแก้วที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีถิ่นกำเนิดในแม็กซิโกและอเมริกาใต้ มีสีสันสวยงาม มีเสียงร้องที่ดังมากจงอยปากจะใหญ่เป็นพิเศษ เหนือปากด้านบนจะมีสีขาวเส้นเล็กๆคาดระหว่างปากกับหัว บนหัวมีขนสีเขียวสดและสีฟ้า ดวงตามีขนเป็นลายเส้นดำ 4-5 เส้น ขนบริเวณคอจนถึงหน้าอกเป็นสีเหลืองเข้มและขนหางมีสีแดงสด ขาสั้นใหญ่ แข็งแรง ขนที่ปีกบางทีก็เป็นสีฟ้าและสีเหลืองหรือสีเขียวเหลือง ขนาดของนกมาคอว์มีขนาดตั้งแต่ 32 นิ้ว-35 นิ้ว

สำหรับอาหารของมาคอว์ชอบกินอาหารจำพวกผลไม้ทั่วๆไปและเมล็ดธัญพืช ชอบอยู่กันเป็นฝูง รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ ส่งเสียงดัง ในฤดูผสมพันธุ์จะจับคู่กัน แบบคู่ใครคู่มันและไปสร้างรังตามต้นไม้ใหญ่เพื่อวางไข่ วางไข่ครั้งละ 3-4 ฟอง ใช้เวลาฟักไข่ 30-35 วัน ขนของลูกนกจะขึ้นหลังจาก 3 สัปดาห์และขึ้นจนเต็มตัวและมีสีสันสวยงาม ลูกนกจะแข็งแรงเต็มที่เมื่ออายุสามเดือน ในระหว่างที่ยังเล็กต้องอาศัยอาหารจากแม่นกที่นำมาป้อน โดยจะใช้ปากจิกกินอาหารจากปากแม่ของมัน จนกระทั่งลูกนกสามารถช่วยตนเองได้และในที่สุดมันก็จะบินและหาอาหารเองโดยไม่ต้องอาศัยพ่อแม่ของมัน

มาคอว์จัดเป็นนกที่สามารถฝึกให้เชื่อง เป็นนกที่มีความจำดีและมีความพยาบาทรุนแรง ดุร้าย น่ากลัวมากเท่ากับความอ่อนโยนอ่อนน้อมน่ารักชวนให้ปราณีของมัน โดยอุปนิสัยแล้วมาคอว์เป็นนกที่ชอบสะอาด หากผู้เลี้ยงอาบน้ำให้มันเป็นประจำ มาคอว์จะมีความสุขมาก ดังนั้นผู้เลี้ยงควรใช้น้ำจากฝักบัวรดให้นกได้อาบน้ำบ่อยครั้ง ในฤดูฝนควรอาบน้ำให้ในกลางแจ้ง เพื่อให้นกได้อาบน้ำฝนบ้าง แล้วควรนำนกมาไว้ในที่มีแดดดอนๆและอากาศบริสุทธิ์ มาคอว์เป็นนกที่ไม่ชอบอยู่โดดเดี่ยวเช่นเดียวกับนกแก้วชนิดอื่นๆ

มาคอว์ที่ได้รับการเลี้ยงดูเป็นอย่างดีจะสนิทสนมกับผู้เลี้ยงอย่างสนิทสนม หากผู้เลี้ยงห่างเหินนกมาคอว์จะโศรกเศร้าแสดงอารมณ์ออกมาอย่างชัดเจน ดังนั้นคนที่เลี้ยงนกมาคอว์ควรจะให้ความสนใจและดูแลอย่างใกล้ชิด นกแก้วมาคอว์เป็น นกที่มีขนาดใหญ่มาก มีปากที่แหลมคม ประสาทตาไวมาก มีความฉลากและน่ารักในตัวของมันเอง เป็นนกที่เชื่องมาก หากเจ้าของเอาใจใส่มัน มันก็จะรักเราเหมือนที่เรารักมัน สามารถสอนให้เล่นจักรยาน สอนกิจกรรมต่าง ๆ ได้แต่ต้องหมั่นฝึกฝนจึงจะเป็น

นกแก้วมาคอว์สามารถแยกชนิดตามชื่อและสีได้9ชนิด ดังนี้
1.เดอะ เรด แอนด์ แยลโล่ มาคอว์ มีสีแดงแกมเหลือง ถิ่นดั่งเดิมเข้าใจว่าคือ อเมริกา ยาวประมาณ36นิ้ว ลำตัวสีแดงสด ปีกและหางสีน้ำเงินเขียว แก้มสีขาวและส้ม เพศเมียจะมีขนาดเล็กกว่า สีแดงบนกระม่อนจะอ่อนกว่าตัวผู้ ราคาแพง
2. เดอะ เรด แอนด์ บลู มาคอว์ มีสีแดงแกมน้ำเงิน ถิ่นดั่งเดิมมาจากอเมริกาใต้ ลำตัวยาวประมาณ 3 ฟุต มีสีฟ้าประปรายทั่วร่างกาย จงอยปากสีดำ เป็นนกมาคอว์ที่ได้รับความนิยมปานกลาง
3.บลู แอนด์ แยลโล่ มาคอว์ สีน้ำเงินแกมเหลือง ถิ่นกำเนิดดั่งเดิมอยู่ในทวีปอเมริกา คอหอยมีสีฟ้าแกมเขียว อกสีเหลืองสด เป็นมาคอว์ที่ในไทยมีความนิยมสูง ลำตัวประมาณ 3 ฟุต
4.บราซิล มาคอว์ เป็นนกแก้วที่มีถิ่นกำเนิดในบราซิล ลำตัวมีสีเขียวสดข้างแก้มมีสีเหลือง จงอยปากสีดำ ในไทยถือว่าราคาไม่แพง
5.เซเวอร์ มาคอว์ เป็นนกที่มีลำตัวสีเขียวเข้มจัดกว่ามาคอว์ชนิดอื่น บนหัวมีสีน้ำตาลและฟ้า เป็นนกมาคอว์ขนาดเล็กประมาณ 20 นิ้วเท่านั้น
6.เลอ มาคอว์ เป็นนกแก้วสีฟ้าทึมๆ เป็นนกมาคอว์ขนาดกลาง 28 นิ้ว
7.Hyacinthine Macaw มีสีฟ้าอมม่วงเว้นแต่บริเวณข้อพับของปีกจะมีสีเหลือง เป็นมาคอว์ขนาดใหญ่ประมาณ 34 นิ้ว มีราคาซื้อขายที่สูง
8.Military Macaw มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า มาคอว์สีกากี เป็นนกมาคอว์ขนาดกลางประมาณ 27 นิ้ว มีสีเขียวอ่อนเคลือบเหลือง หน้าผากสีแดงสด ปีกสีน้ำตาลค่อนไปทางเหลือง สะโพกและหางสีฟ้า
9.Illiger’s Macaw มีสีเขียวเข้ม หน้าผาก สะโพกและใต้ท้องมีสีแดงสด มีขนสีน้ำตาลและฟ้าแตะปะปรายทั่วไป เป็นนกมาคอว์ขนาดเล็กเพียง 16 นิ้วเท่านั้น

กรงและอุปกรณ์
ในการเลี้ยงมาคอว์ก่อนที่จะตัดสินใจเลี้ยงจะต้องคิดพิจารณาเสียก่อน ว่าท่านจะเลี้ยงในกรงชนิดใด ว่าจะเลี้ยงเพื่อให้อยู่ในบ้านหรือจะเลี้ยงไว้ในกรงขนาดใหญ่ปะปนกันกับนกชนิดอื่นๆ โดยปกติแล้วในการเลี้ยงมาคอว์นิยมเลี้ยงกรงละหนึ่งตัว ย่อมดีกว่าการเลี้ยงแบบปล่อยรวมให้อยู่ในกรงเดียวกัน ขนาดของกรงควรมีขนาด สูง 3 ฟุต ยาวด้านละ 2 ฟุต สำหรับกรงเดี่ยว ทางที่ดีท่านควรใช้กรงเหล็กเพื่อป้องกันการกัดแทะ ซี่กรงควรมีความถี่พอประมาณไม่ให้นกยื่นอวัยวะออกมาข้างนอกได้

ของเล่นภายในกรง
ไม่ว่าจะเป็นลูกตุ้ม กระดิ่ง หรือกระจกเงา และวัสดุใดๆที่ทำให้นกเกิดความเพลิดเพลิน วัสดุเหล่านี้ควรทำด้วยเหล็ก เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายได้ง่าย นกแก้วมาคอว์เป็นนกที่สนุกสนานร่าเริง จึงควรมีของเล่นไว้เพื่อออกกำลังกาย นอกจากของเล่นยังต้องมีภาชนะสำหรับใส่อาหารและน้ำ ภาชนะพวกนี้ควรทำด้วยเหล็ก และควรมีอ่างไว้สำหรับให้มาคอว์อาบน้ำ เพราะมาคอว์เป็นนกที่ชอบเล่นน้ำมาก นอกจากนี้ยังควรมีก้อนกรวดเล็กๆให้นกจิกเล่น ส่วนคอนควรใช้กิ่งไม้ที่ไม่ทาสีมาทำเป็นคอนให้นกเกาะเหมือนธรรมชาติ

การวาดภาพการ์ตูน

การเขียน การ์ตูน ขั้นพื้นฐาน โดยครูต๋อม

ความหมายของการ์ตูน
การ์ตูน คือภาพลายเส้นแบบง่าย เป็นภาษาภาพอย่างหนึ่ง สามารถใช้สื่อสารให้คนเข้าใจในอารมณ์ต่างๆได้โดยในบางครั้งไม่ต้องมีอักษร บรรยายภาพ

การฝึกหัดเขียนการ์ตูน
ควรฝึกบ่อยๆโดยเริ่มต้นจาก โครงร่างพื้นฐานต่างๆ ดังจะนำเสนอต่อไป

รูปทรงเรขาคณิต
การ เขียนการ์ตูนส่วนมากนิยมใช้รูปทรงเรขาคณิตเป็นพื้นฐาน เพราะสามารถนำมาใช้ในการวาดรูปการ์ตูนเพื่อเป็นโครงร่างก่อน แล้วจึงเพิ่มรายละเอยดเข้าไปเป็นส่วนประกอบต่างๆตามต้องการ

โครงร่าง
โครง ร่าง คือ การมองภาพรวมของการ์ตูนว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง เป็นรูปทรงแบบง่ายๆ แล้วจึงต่อเติมส่วนต่างๆ เข้าไปให้เป็นรูปร่างที่ชัดเจนขึ้น แล้วแต่จินตนาการของผู้เขียนไม่มีกฏเกณฑ์ในการต่อเติมเพิ่มส่วน

การ ฝึกเขียนและลากเส้นต่างๆ เส้นเพื้นฐานที่ใช้ในการวาดรูป มีให้เลือกใช้ตามความต้องการไม่มากนั ลักษณะของเส้นจะมีทิศทางต่างกัน แล้วแต่ลีลาของการฝึก

วงรี
การเขียนวงรี ที่มีขนาดต่างๆ ควรฝึกวาดบ่อยๆ ไม่จำกัดขนาด

เส้นโค้ง
การเขียนเส้นค้ง ควรฝึกวาดในทิศทางต่างๆ เพื่อความคลองในเวลาที่เราเขียนการ์ตูน

เส้นวงกลม
การเขียนวงกลมควรฝึกเขียนให้มีขนาดเล็กใหญ่ต่างกัน ไม่จำเป็นต้องกลมตามรูปแบบ

เส้นตรง
ควรฝึกขีดเขียนเส้นตรงในทิศทางต่างๆใหคล่อง


เส้นอิสระ
เส้นอิสระ คือ เส้นที่สามารถเขยนหรือลากไปได้ อย่างอิสระไม่มีกำหนด เพื่อใช้การเขียนรูปตามอิสระ

การวาดการ์ตูนขั้นพื้นฐาน


เมื่อเตรียมอุปกรณ์เสร็จ ก็ ให้วาดรูปดั่งต่อไปนี้

อย่าลืมฝึกวาดรูปพื้นฐานกันหล่ะ

อีกหนึ่งตัวอย่าง